Home ธรรมะ เคล็ดการใช้บุญให้ถูกวิธี

เคล็ดการใช้บุญให้ถูกวิธี

0 second read
0
0
82

“บุญบารมี ยิ่งใช้ก็ยิ่งเพิ่ม” คุณผู้อ่านเคยได้ยินได้ฟังกล่าวนี้มาหรือไม่ว่า บุญยิ่งใช้ก็เหมือนยิ่งสร้างบุญเพิ่มขึ้นไปด้วย คนที่ใช้บุญแก้ปัญหาชีวิตไปเรื่อยๆ ก็เท่ากับได้สร้างบุญต่อไปไม่มีวันหมดมีแต่เพิ่มขึ้นเปรียบเหมือนกับการจุดเทียนขึ้นแท่งหนึ่งแล้วส่งไฟต่อไปให้คนอื่น ไฟที่ติดอยู่กับเทียนของเรามันก็ยังไม่ดับในขณะที่เทียนเล่มอื่นๆ ก็จะส่องสว่างมากยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ ยิ่งต่อไฟกันก็ยิ่งสว่างมาก

ลักษณะการใช้บุญออกไปก็เป็นเช่นนั้นเหมือนการต่อเทียน แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าส่วนใหญ่เราไม่ทราบถึงวิธีการนำบุญที่อุตส่าห์ได้เพียรสร้างมาไปใช้อย่างถูกวิธี

เราจะนำบุญไปแก้ปัญหาอะไรในชีวิตของเราได้บ้าง?

ปัญหาชีวิตมนุษย์นั้นมีไม่กี่อย่าง ปัญหาหลักๆ 5 ประการก็คือ

1. เรื่องของสุขภาพร่างกายที่ต้องเจ็บป่วยหรืออาการบาดเจ็บที่เกิดจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดได้อยู่เสมอ หรือการต้องทนทุกข์จากความพิกลพิการแต่กำเนิด

2. เรื่องของปากท้องความเป็นอยู่ที่ยากจนขัดสนและการสูญเสียทรัพย์สินของตนโดยใช่เหตุ

3. การพลัดพรากจากบุคคลหรือสิ่งของที่ตนเองรักและหวงแหน,มีคู่ครองที่ไม่ซื่อสัตย์,มีบุตรหลานที่ไม่เชื่อฟังรวมไปถึงการกังวลในเรื่องความสวยความงามของตนเอง

4. การที่ไม่เป็นที่ยอมรับจากคนในสังคมขาดความน่าเชื่อถือและมีความคับแค้นใจไม่สบายใจต่างๆ

5. ความโง่เขลาไม่ฉลาดของตนเองอันทำให้ตกเป็นเหยื่อถูกหลอกหรือเสียเปรียบได้ง่ายๆ

ปัญหาหลักๆ เหล่านี้เป็นปัญหาหลักๆ ของคนเราทั้งสิ้นการจะแก้ปัญหาเหล่านี้ต้องใช้การกระทำที่ดีมาแก้ไขรวมไปถึงการนำบุญที่ได้ทำด้วยการทำทาน รักษาศีลและการเจริญภาวนามาช่วยด้วย

เคล็ดวิธีการใช้บุญเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ

ผลแห่งกรรมทั้งหลายเกิดจากการกระทำ หากจะบรรเทากรรมได้ก็ต้องใช้ “การกระทำ” แก้ไขบรรเทาเอาด้วยไม่ใช่การนั่งนึกหรือการภาวนาบุญเพียงอย่างเดียวเพื่อแก้ปัญหาทางเดียวย่อมทำไม่ได้แน่นอน ควรจะเริ่มด้วยขั้นตอนการละความชั่วทั้งหมด “แบบเลิกทันที !!”

ละชั่วทั้งหมดแบบเลิกทันที

เรื่องนี้นับว่าเป็นเรื่องสำคัญมากของก้าวแรกในการใช้บุญคือ ต้องรู้จัก “กักบุญ” ให้อยู่กับตัวก่อน สิ่งที่จะกักบุญที่ทำมาได้ก็คือศีล เพราะถ้าเรายังคงทำชั่วอยู่ต่อให้สร้างบุญมาแค่ไหนมันก็ไหลออกไปหมดกรรมดีที่อุตส่าห์สร้างมาไม่ได้อยู่กับตัวเรา ทำให้กรรมชั่วไหลเข้ามาปิดกั้นความเจริญอยู่เรื่อยไป

เราต้องปรับเปลี่ยนการกระทำทุกอย่างให้ควบคู่ไปกับการรักษาศีล

หลวงปู่ชา สุภัทโท พระอริยสงฆ์ผู้เป็นครูบาอาจารย์สำคัญรูปหนึ่งในพระพุทธศาสนาท่านเคยเทศนาสั่งสอนเอาไว้ก่อนที่ท่านจะมรณภาพ โดยมีความตอนหนึ่งที่ท่านได้พูดถึงความชั่วที่มาปิดกั้นทางบุญไว้ว่า

“…ถ้าไม่ละความชั่วแล้วบุญมันจะเข้าไปสู่จิตใจของเราได้อย่างไร เข้ามาไม่ได้นะบุญ ใจไม่เป็นบุญ…”

คนที่มีความทุกข์มีปัญหาเรื่องใดๆ ก็ตามการกระทำในทางที่ถูกที่ควรพร้อมกับการมีศีลจะทำให้แก้ปัญหาได้อย่างน่าอัศจรรย์อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า “ถ้าเรารักษาศีลให้ดีแล้วศีลก็จะรักษาเรา” ลองคิดตามง่ายๆ ดูว่า ถ้าวันนี้เราออกไปทำงานแล้วระหว่างทำงานก็ดื่มเหล้าเคล้าแอลกอฮอล์ไปด้วยงานก็ออกมาไม่ดี หรือแม้ว่าจะทำทานใส่บาตรสม่ำเสมอทุกเช้า แต่พอเลิกงานก็ไปเที่ยวกลางคืนหรือไปยังแหล่งอบายมุขอยู่อย่างนี้ชีวิตนี้ก็ยากที่จะเจริญขึ้นได้

เรื่องเคล็ดวิธีการใช้บุญนี้ขอยกตัวอย่างกรณีเกี่ยวกับการรักษาศีลให้เห็นกันได้ชัดๆ

เช่นกรณีคนที่เจ็บป่วยอยู่เสมอ หรือมีเหตุให้ได้รับบาดเจ็บก็ต้องทำการรักษาดูแลตนเองให้ดี คือกินยาให้ถูกต้องและเข้ารับการรักษาอย่างถูกวิธี และการกระทำเหล่านั้นจะมีพลังมากยิ่งขึ้นมีอานิสงส์ส่งผลให้เกิดขึ้นได้ ก็ต้องรักษาศีลข้อ 1 ให้ดีควบคู่ไปด้วยถ้าอยากมีอายุยืน แข็งแรงไม่มีโรคภัยเพิ่มขึ้นมาอีก ไม่มีโอกาสได้พบเจออุบัติเหตุใดๆ ไม่เสี่ยงต่อการพิกลพิการ

ถ้าไม่อยากให้ทรัพย์สินเงินทองที่หามาได้ที่ใช้ในการเลี้ยงชีพสูญหายไป ก็ต้องดำเนินชีวิตด้วยอาชีพสุจริตถูกต้องตามทำนองคลองธรรม ไม่เอารัดเอาเปรียบผู้อื่นอย่างสม่ำเสมอและ การกระทำเหล่านั้นจะมีพลังมากขึ้นได้ก็ต้องรักษาศีลข้อที่ 2 ให้ดีควบคู่ไปด้วยเป็นการป้องกันไม่ให้ ทรัพย์สินสูญหาย โดนขโมย ถูกคดโกง โดนวินาศภัยต่างๆ

ถ้าไม่อยากจะผิดหวังหรือเสียใจกับความรัก ไม่อยากพลัดพรากจากคนที่รักหรือของที่รัก ไม่อยากโดนเพศตรงข้ามหลอกลวง อยากมีคู่ครองที่ซื่อสัตย์ อยากให้บุตรหลานเชื่อฟังก็ต้องดำรงตนอยู่ในคู่ครองของตนหรือประพฤติพรหมจรรย์ไปเลยได้ก็ยิ่งดี (ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องกาม) นั่นคือการรักษาศีลข้อ 3 ไม่ให้ด่างพร้อยเพื่อเป็นฐานพลังงานที่ดีให้กับชีวิตนั่นเอง

ถ้าไม่ต้องการสูญเสียอำนาจความน่าเชื่อถือ ต้องการการยอมรับจากสังคมคนรอบข้างก็ต้องวางตัวทั้งคำพูดและการกระทำให้น่าเชื่อถือ นั่นคือพูดแล้วต้องทำตามความเป็นจริงจะทำให้เกิดความน่าเชื่อถือขึ้น พูดแต่คำที่เป็นสิ่งดีมีวาจาไพเราะช่วยทำให้เกิดเสน่ห์ในตนเอง นั่นคือการรักษาศีลข้อ 4 ควบคู่ไปด้วยพร้อมกับการกระทำดังกล่าว จะทำให้มี วาจาศักดิ์สิทธิ์ มีฟันสวย ขาวสะอาดเรียบเสมอกัน กลิ่นปากหอม ไม่ถูกใส่ร้ายป้ายสีได้ง่าย และได้รับความจริงใจจากผู้อื่น

และถ้าอยากเป็นผู้ที่เฉลียวฉลาดมีสติมั่นคงก็ต้องหมั่นขวนขวายหาความรู้ เพราะคนเราไม่ได้เก่งกันมาตั้งแต่เกิดคนโง่หรือคนไม่รู้ก็สามารถฉลาดขึ้นได้ ส่วนคนที่มีสมองดีนั้นเป็นเพราะว่าได้ทำบุญในอดีตชาติมาดีด้วยการคบหากับสมณะและบัณฑิตรวมไปถึงการได้รับถ่ายทอดวิชาความรู้ที่ถูกต้องจากครูบาอาจารย์ต่างๆ ด้วย และการเสริมพลังทางความคิดความรู้และปัญญาเหล่านี้ก็ต้องอาศัย การรักษาศีลในข้อที่ 5 ให้ดี เพื่อให้มีสติมั่นคง ไม่ขี้ลืม ไม่โง่และปิดประตูเรื่องการมีโอกาสกลายเป็นคนวิกลจริตไปได้เลย

แต่ทว่าการกระทำดีพร้อมด้วยการถึงพร้อมด้วยศีลนั้นยังเป็นเพียงการแก้ปัญหาชีวิตต่างๆ เพียงแค่ขั้นเริ่มต้นเท่านั้นคือยังผลให้ชีวิตไม่มีโอกาสตกต่ำหรือเผชิญหน้ากับปัญหาต่างๆ มากไปกว่านี้และเป็นแนวทางในการคลายกรรมและปัญหาหนักต่างๆ ไปได้ทีละขั้น

เมื่อเราได้กักบุญเตรียมพร้อมไว้ที่จะให้กับคนอื่นแล้วก็ต้องทำการนำบุญไปให้ผู้อื่นที่เราปรารถนาจะให้เขามีความสุขด้วยการโมทนาอุทิศบุญหรือการเชื่อมบุญ

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ธรรมะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Check Also

ฝึกปล่อยวาง ด้วย 10 คำสอนหลวงพ่อชา สุภทฺโท

หลวงพ่อชา สุภัทโท (พระโพธิญาณเถร) เป็นพระวิปัสสนาจารย์ … …