Home บทความน่าอ่าน หัด “ปฏิเสธ” ให้เป็นเสียบ้าง แล้วคุณจะสุขขึ้น

หัด “ปฏิเสธ” ให้เป็นเสียบ้าง แล้วคุณจะสุขขึ้น

2 second read
0
0
160

หัด “ปฏิเสธ” ให้เป็นเสียบ้าง แล้วคุณจะสุขขึ้น

คุณเคยติดกับดักกับคำว่า “คุณเป็นคนดีจริงๆ ทำทุกๆอย่างให้ทุกคน”, “นิสัยดีมากๆไม่เคยปฏิเสธใครเลย”, “ให้งานอะไรก็ทำได้หมดทุกที่ทุกเวลา”, “ให้เขาทำอะไรก็ได้ เค้าทำได้ทุกอย่าง เค้าเก่ง ไม่ต้องไปเกรงใจเขาหรอก”…..และอีกมากมายนับไม่ถ้วน

ดูผิวเผินแล้วดีจริงๆ ค่ะ แต่ลึกๆ แล้วทุกท่านทราบไหมว่า ชีวิตของคนเหล่านี้ก็ไม่ได้สุขนักหรอก เพราะอะไรทราบมั้ยคะ คำตอบเดียวเลย คือ ไม่รู้จัก “ปฏิเสธ” หรือ ”ไม่รู้จักลากเส้นขอบเขตของตัวเอง”

นั่นรวมถึง ไม่รู้จักขอบเขตของหน้าที่การงานตัวเอง….

ไม่รู้จักขอบเขตของการใช้ชีวิตอย่างสมดุลย์ทั้งการงานและชีวิตส่วนตัว….

ไม่รู้จักสร้างความเคารพยำเกรงหรือความเคารพในตัวเองให้ผู้อื่นรับรู้

การที่คุณยอมทำทุกอย่างตามใจทุกคน ลึกๆ แล้วในใจก็ คือ ”ต้องการการยอมรับ”

ต้องการให้คนรู้สึกว่าคุณเป็นคนดี ต้องการเป็นที่ชื่นชม แต่สิ่งเหล่านี้มันมาแค่ระดับผิวเผิน

แน่นอนคุณได้สิ่งเหล่านี้ในรูปของคำชม แต่สิ่งที่ติดมาด้วยคือภาระอันหนักอึ้งที่คุณต้องแบกไว้กับตัวตลอดเวลา

ขอให้คิดตามดูว่าจริงหรือไม่…

เมื่อคนรอบข้างใช้คุณได้คราวนี้ คราวหน้าเค้าก็จะใช้คุณอีก และใช้อีกเรื่อยๆ

ความเกรงใจจะลดลงตามจำนวนครั้งที่คุณเออออห่อหมกยอมทำให้

สุดท้าย คือ ”ไม่มีใครเห็นหัวคุณเลย”

เพราะคิดว่ายังไงงานนี้หรือสิ่งนี้คุณก็ต้องทำอยู่ดี และท้ายสุดภาระก็ตกมาอยู่ที่คุณแบบน้ำท่วมปาก

กระอึกกระอักขยับขยายทำอะไรก็ลำบากเพราะเลยตามเลยมาตั้งนานแล้ว

ถ้าจะพูดให้กว้างขึ้น หมายความว่า เมื่อคนเรายอมให้ผู้อื่นมาล่วงล้ำขอบเขตของเราบ่อยเข้า ความเคารพในตัวและความเกรงใจที่เขามีต่อเราจะลดลงเป็นเงาตามตัว เพราะคิดว่าเราเป็นของตาย ยังไงก็ต้องช่วยต้องทำ คนจะเห็นค่าเราก็ต่อเมื่อเดือดร้อน ทำให้ก็เท่าทุน ไม่ทำให้แถมยังโดนบ่นอีกต่างหาก

สิ่งเหล่านี้แก้ได้ด้วยการหัดปฏิเสธ หัดพูดคำว่า “ไม่”….แต่ต้องพูดอย่างมีศิลปะค่ะ

ไม่ใช่ใครขอให้ทำอะไรก็พูดตอบห้วนๆไปว่า “ไม่ได้” “ไม่ทำ” “ไม่ว่าง” นั่นก็อาจจะแรงไปนิด

ถ้าจะพูดให้บัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่น ก็คือ ต้องพูดว่า

“ตอนนี้ยังไม่สะดวกทำให้ แต่ถ้างานผมเสร็จภายใน 6 โมงเย็นผมอาจจะมีเวลาทำงานนี้ให้คุณสักครึ่งชั่วโมงก็ได้”

“ผมคงทำงานนี้แทนคุณไม่ได้หรอก เอาเป็นว่าผมช่วยแนะนำได้ว่าคุณจะต้องทำอย่างไรดีไหม”

“ถ้าผมไม่ติดธุระอะไรผมจะโทรหาคุณแล้วดูซิว่าผมจะช่วยอะไรคุณได้บ้าง” เป็นต้น

การพูดเช่นนี้ คือ การส่งสัญญาณให้คนรอบข้างคุณคิดว่า ”คุณมีค่า” คุณเป็นคนที่สมควรจะต้องเกรงใจและน่าเคารพ ไม่ใช่อยากจะใช้เมื่อไหร่ก็ใช้ได้ตามใจปรารถนา…..ตราบใดที่คุณเห็นค่าตัวเอง เคารพตัวเอง คนรอบข้างก็จะเห็นค่าคุณ เคารพ และเกรงใจคุณเช่นกัน

นี่เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของคนที่ไม่สามารถมีสมดุลย์ทางการทำงานและชีวิตส่วนตัวได้ เนื่องจากไม่สามารถปฏิเสธงานหลายๆ อย่างที่ประดังเข้ามา บวกกับไม่สามารถจัดลำดับความสำคัญก่อนหลังของงานต่างๆ ทำให้ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ แบกภาระทุกอย่างไว้กับตัว สุดท้ายคนที่สาหัสที่สุดนั่นก็คือ ตัวคุณเอง

เพราะชีวิตส่วนตัวก็รวน กลับบ้านดึกดื่น ชีวิตการงานก็แย่ เพราะประสิทธิภาพในการทำงานลดลงเนื่องจากทำงานหนักเกินไป สุขภาพก็แย่เพราะพักผ่อนทานอาหารไม่เพียงพอ…..และปัญหาอีกมากมายตามมาเป็นพาเหรดเลยค่ะ

….เราไม่ได้บอกให้คุณเป็นคนเห็นแก่ตัว แต่ต้องการจะบอกว่า ”การให้ต้องรู้จักให้อย่างไรให้พอดี” ให้รู้จักขอบเขตของตัวเอง ช่วยเหลือใครได้ถ้าคุณไม่ลำบากจนเกินไปก็ช่วยได้ แต่ถ้าช่วยแล้วชีวิตคุณรวนคุณก็ต้องรู้จักปฏิเสธให้เป็นอย่างนุ่มนวล และนี่ก็คือหนึ่งในศิลปะขอบการใช้ชีวิตแบบมีความสุขและสมดุลย์ค่ะ

cr. www.livingwisecoaching.com

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In บทความน่าอ่าน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Check Also

รักษาศีลองค์เดียว

รักษาศีลองค์เดียว หลังจากที่ท่านกลับจากเชียงใหม่ เข้าพั … …